แนวการจัดกิจกรรมการสอนคณิตศาสตร์ โดยใช้คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน










              รูผู้สอนคงจะมีปัญหาที่ต้องถามตนเองว่า จะสอนคณิตศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ก่อนอื่น เราคงต้องพิจารณาคำว่า "คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน" คำนี้น่าจะหมายถึงอย่างอะไร คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน น่าจะหมายถึง การใช้วิธีการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ในการแก้ไขปัญหาบางประการในชีวิตประจำวัน เช่น ถ้านักเรียนจะเดินทางจากจังหวัดแพร่มากรุงเทพฯ อยากจะทราบว่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยทางรถไฟ กับรถยนต์โดยสารปรับอากาศ เมื่อรวมค่ารถรับจ้างจากสถานีรถไฟ หรือสถานีขนส่งสายเหนือที่นักเรียนจะต้องจ่ายแล้ว ควรจะเลือกเดินทางด้วยวิธีใดดี ปัญหาที่กล่าวมานี้ใช้การบวกในการแก้ปัญหา
              ตัอย่างของปัญหาที่ใช้การคำนวณร้อยละใน การแก้ปัญหา เช่น ถ้านักเรียนคนหนึ่ง ไปแข่งขันตอบปัญหาของหนังสือรายสัปดาห์ฉบับหนึ่ง ได้เงินรางวัลมา 50,000 บาท และจะใช้เงินจำนวนที่ได้ในอีก -1 เดือนข้างหน้า จีงคิดว่า ถ้านำเงินจำนวนนี้ไปฝากธนาคารไว้ก่อน โดยฝากในบัญชีเงินฝากประจำประเภท -1 เดือน ได้ดอกเบี้ยร้อยละ 8.5 แต่จะต้องเสียภาษี 15% ต่อปี กับถ้าฝากเงินแบบออมทรัพย์ ได้ดอกเบี้ยร้อยละ 6.75 ต่อปี นักเรียนควรจะฝากแบบใดจึงจะได้ดอกเบี้ยมากกว่ากัน เป็นต้น ปัญหาในชีวิตประจำวันในลักษณะดังกล่าว ครูผู้สอนอาจจะให้โจทย์ปัญหา และให้นักเรียนช่วยกันหาข้อมูลที่จะมาใช้แก้ปัญหา (เช่น หาอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคาร) แล้วมาช่วยกันหาคำตอบในชั่วโมงกิจกรรม หรือครูให้เป็นการบ้านพิเศษ ก็น่าจะเป็นวิธีการที่จะทำให้นักเรียนได้มองเห็น ประโยชน์ของคณิตศาสตร์ได้ โดยใช้คำถามทำนองนี้เป็นเครื่องมือ รวมทั้งจะเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจในการเรียนคณิตศาสตร์มากขึ้นด้วย


              โดยยกตัวอย่างจากเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตัวนักเรียนจทย์คำถามในลักษณะข้างต้น เป็นตัวอย่างในการที่จะเชื่อมโยงการแก้ปัญหาบางประการ ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งเป็นการฝึกให้นักเรียนรู้จักวางแผนการทำงาน โดยใช้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือ โจทย์ในทำนองดังกล่าวนี้ มีหลายเรื่องที่ครูผู้สอนจะนำมาใช้ได้ ข้อที่ควรคำนึงถึงก็คือ เวลาจะให้โจทย์ในลักษณะนี้ ครูผู้สอนควรฝึกให้นักเรียนรู้จักไปหาข้อมูลมาด้วยตัวเอง โดยครูอาจจะแนะแหล่งที่จะไปหาข้อมูล และเมื่อนักเรียนแก้ปัญหาโจทย์ได้แล้ว ครูควรสรุปคำถาม และควรมีข้อเสนอแนะอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้นักเรียนเกิดความรู้ความคิดกว้างขวางขึ้น นอกเหนือจากการมีความรู้แต่เพียงการเรียนในชั้นเรียน ทั่งนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของครูผู้สอนว่า มีความพร้อมหรือไม่ และกิจกรรมดังกล่าวเหมาะสมกับชั้นเรียนของท่านหรือไม่ เพียงใดด้วย 

ตัวอย่างการจัดกิจกรรมการสอนคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน


              สุเมธได้รับมอบหมายจากครูให้ไปซื้อตั๋วรถไฟ เดินทางจากหาดใหญ่ถึงกรุงเทพฯ 2 ใบ โดยครูให้เงินมา 1,000 บาท และมีคำสั่งเพิ่มเติมจากครูดังนี้
                     1) เลือกรถไฟขบวนที่ไปถึงสถานีกรุงเทพฯ ก่อน 7.00 น.
                     2) ต้องการตั๋วรถนอนปรับอากาศชั้นสอง เตียงบน 1 เตียง และ เตียงล่าง 1 เตียง
ถ้าสุเมธซื้อตั๋วตามที่ครูสั่งมา ถามว่า เงินที่ครูให้มา 1,000 บาท พอซื้อตั๋วหรือไม่


   จากตารางเวลาการเดินทางทางรถไฟ สุเมธพบว่า มีรถไฟจากหาดใหญ่มาถึงสถานนีกรุงเทพฯ ก่อน 7.00 น. 2 ขบวนดังนี้
        ขบวนที่ 1 รถเร็ว สุไหงโกลก - กรุงเทพฯ ออกจากหาดใหญ่ 14.10 น. ถึง กรุงเทพฯ 06.-15 น.
        ขบวนที่ 2 รถด่วน สุไหงโกลก - กรุงเทพฯ ออกจากหาดใหญ่ 15.16 น. ถึงกรุงเทพฯ 06.55 น.
เนื่องจากขบวนรถทั้งสองถึงกรุงเทพฯ เร็วกว่ากัน 20 นาที สุเมธไม่แน่ใจว่าครูต้องการเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ให้เช้าหน่อย หรือว่าต้องการออกจากหาดใหญ่ช้าแต่มาถึงกรุงเทพฯ ใกล้ๆ เวลา 7.00 น. ซึ่งกรณีหลังจะต้องเดินทางโดยขบวนรถด่วน จึงคำนวณค่าโดยสารทั้งสองรายการ

     จากตัวอย่างที่ยกมาข้างต้น ในลักษณะของการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน ครูผู้สอนอาจจะมอบให้นักเรียนไปช่วยกันหาตารางรถไฟมาเตรียมไว้ก่อน จากนั้นเมื่อถึงชั่วโมงกิจกรรม ครูตั้งปัญหาถามเกี่ยวกับการคิดค่าโดยสารหลาย ๆ ปัญหา ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันทำ เมื่อได้คำตอบแล้ว ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนขึ้นมาอธิบายวิธีการคิด และสรุปคำตอบ โดยมีครูและเพื่อนนักเรียนช่วยกันอภิปรายเพิ่มเติม เช่น จากตัวอย่างอาจจะใช้คำถามเพิ่มเติมดังนี้



           1) ถ้าสุเมธได้คำตอบจากครูแล้วว่า ต้องการเดินทางด้วยรถขบวนใด ถ้าครูต้องการให้ซื้อตั๋วไปกลับขบวนเดียวกัน จะต้องจ่ายเงินเป็นค่าโดยสารรถไฟเพิ่มขึ้นอีกเท่าใด
          2) ถ้าครูต้องการให้ซื้อตั๋วเที่ยวกลับโดยรถไฟกรุงเทพฯ - หาดใหญ่ ขบวนด่วนพิเศษ โดยมีเงื่อนไขเกี่ยวกับตู้นอนเหมือนเดิม จะต้องจ่ายเงินให้นักเรียนเท่าใด

           ในระหว่างการอภิปรายในชั้นเรียน ครูผู้สอนอาจจะแทรกข้อเสนอแนะอื่น ๆ เพิ่มให้นักเรียนสามารถใช้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือ ในการวางแผนการทำงานได้อย่างดี เช่น จากตัวอย่างข้างต้น ถ้านักเรียนมีการวางแผนที่ดี โดยไปหาข้อมูลมาคิดคำนวณค่าตั๋วที่ต้องจ่าย และสอบถามครูให้แน่ใจก่อนว่า ต้องการเดินทางด้วยรถขบวนใด นักเรียนก็ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมา ระหว่างสถานีรถไฟกับโรงเรียนให้เสียเวลา กว่าจะได้ตั๋วตามที่ครูต้องการ เป็นต้น         


ที่มา : https://web.ku.ac.th/schoolnet/snet2/

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้